2008/Mar/03

ไม่ได้พูดไม่ชัก...เอ๊ย ไม่ชัดครับ ก๋วยเตี๋ยวหลอกจริงๆ

เรื่องมีอยู่ว่า ผมไปช่วยเพื่อนทำงานถ่ายหนังที่มหาลัยตอนกลางคืน

ทีนี้ก็เกิดหิวขึ้นมา

ปกติที่กองถ่ายจะต้องมี "ข้าวกองถ่าย" ไว้ให้นักแสดงและทีมงานได้กินกันครับ แต่วันนั้นมันดันไม่มีนี่สิ...

ไอ้กระผมหิวมาก ก็เลยต้องตาลีตาเหลือกปั่นจักรยานไปหาของกิน

 

ทีนี้มันก็มาครับ

 

"ก๋วยเตี๋ยวหลอดมั้ยจ๊า~"

ผมหูผึ่ง

"ก๋วยเตี๋ยวหลอด ร้ออออนนนน ร้อนนนนนน อร๊อยยยยย อาหร่อยยยยยยย มาแล้วจ้า~"

เหมือนสวรรค์บันดาล พื้นที่กันดาลแถบหอพัก วันนี้มีรถก๋วยเตี๋ยวหลอดมาเยือน

 

แน่นอนว่าไม่รอช้าครับ รีบหักรถกลับในทันใด

 

ไอ้รถนั่นมันประกาศออกไมค์ได้ชวนหิวมากครับ

 

"เชิญครับเชิญ มาชิม ก๋วยเตี๋ยวหลอดจ้ะ"

"ก๋วยเตี๋ยวหลอด ร้ออออออนนนนน ร้อออนนนนนนนน อาร๊อยยยยยอาหร่อยยยยย มาแล้วจ้า~~~W

(คือไม่รู้จะอธิบายยังไง ไอ้คนขายแม่งลากเสียงยาวมากกกกกก แล้วนุ่มนวลพิลึกสะกดผมจนอยู่หมัด)

 

"เร่เข้ามาจ้า~~~ อาร๊อยยยยยอาหร่อยยยยยยยยยจ้า"

ผมจึงเข้าไปจัดมา1ชุด แล้วจึงรีบปั่นกลับกองถ่าย ส่วนเจ้าของร้านก็ยังไม่หยุด พูดต่อไป

"ก๋วยเตี๋ยวหลอดดดดด อาร๊อยยยย อาหร่อยยยยยยยยยจ้า~~ กุ้ยช่ายยยยย จากปากกกกกกน้ามมมมมก็มีน้าจ๊า~"

 ในใจนึกเสียดาย ห่าเอ๊ย!มีกุ้ยช่ายขายด้วยก็ไม่รีบบอก แต่ปั่นมาไกลแล้วขี้เกียจกลับไป จึงรีบกลับมาเปิดกินที่กองถ่ายทันที

 

.

..

...

...

....

.....

......อย่าถามเลยครับว่ารสชาติมันเป็นยังไง....ดีนะที่กูไม่ได้ซื้อ กุ้ยช่ายมาด้วย

 

 

 

edit @ 3 Mar 2008 20:04:30 by kaori_hero

2008/Feb/17

เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันส่งงานมหาละยเราจึงขออัพบล็อคแบบมีสาระ

 

สถานีบล็อคสี MemorySpace ภูมิใจเสนอ

รายการ จับไข่คุย ตอน"วันหมดอายุ"

 

พิธีกร

 

ซู : เจ้าของบล็อคผู้ขยันดองบล็อคจนเค็ม

โป้ง : เซรารี่แมนคนหนึ่งจากบริษัทE.Q.*ตู๊ดดด*

แอ๊ด : ผู้ชนะรางวัล Keegriet Award (ขี้เกียจ อวอด)

อ้ำ : ดีน่างาดำ

 

 

โป้ง : สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่รายการ

ซู : จับ

แอ๊ด : ไข่

อั้ม : คว.... คุย..

ซู : ทำไมถึงพูดไม่ชัดล่ะครับ

อั้ม : มันติดน่ะครับ

แอ๊ด : อย่างนี้นิสัยไม่ดีเลยนะครับ

โป้ง : ช่างเถอะเรามาเข้าประเด็นของวันนี้กันดีกว่าครับ

ซู : เรื่องอะไรวะ!?

โป้ง: อ้าวๆ พูดแบบนี้หาเรื่องนี่หว่า

แอ๊ด: นั่นดิ ทำไมต้องขัดด้วยวะ

อ้ำ :นั่นสิไม่ดีเลยนะครับ

ซู : ไม่ใช่! กูหมายถึง ประเด็นวันนี้คือเรื่องอะไร

โป้ง :อ๋อ

แอ๊ด : วันนี้เราจะพูดถึงเรื่อง วันหมดอายุครับ

อ้ำ : อะไรหมดอายุ

โป้ง : อะรุหมดอาไย

ซู : ไม่ได้ให้ผวน!!

แอ๊ด : มวนได้ให้ไผ

ซู : พอได้แล้ว!

โป้ง : พวกมึงเคยสงสัยมั้ย?

แอ๊ด : ไม่เคย

โป้ง : อ้าวแสดนี่ แล้วกูจะพูดต่อยังไง

แอ๊ด : อ่ะๆ เคยก็ได้

โป้ง : คือเรื่องมันเป้นอย่างนี้

ซู : ยังไงวะ??

อั้ม: ยังไงวะ??

แอ๊ด : ยังไงวะ??

โป้ง : ไงล่ะ สงสัยล่ะ สิ!!

ซู : ...

อั้ม : ....

แอ๊ด : คว....

โป้ง : หยาบคายว่ะ

แอ๊ด : กูจะพูดว่า "ความพยายามสูง" หยาบตรงไหน

โป้ง :อ๋อ....

อั้ม: เข้าเรื่องเหอะ

ซู : นั่นสิ

โป้ง : พวกมึงเคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมอาหารกระป๋อง

โป้ง : มันต้องเขียนตรงฉลากว่า "ดูวันหมดอายุที่ใต้กระป๋อง" ด้วยวะ

แอ๊ด : แล้วมันแปลกตรงไหน

โป้ง :อ้าว ห่า แล้วทำไมมันไม่เขียนซะตรงนั้นเลยวะ จะให้ไปดูใต้กระป๋องทำไม

ซู : นั่นสิ

อั้ม : นั่นสิ

แอ๊ด : ถ้าเกิดกูพลิกกระป๋องขึ้นมาแล้วแม่งเขียนว่า "ด้านนี้คือด้านบนใต้กระป๋องอยู่อีกข้าง" คงหงุดหงิดพิลึก

ซู : นั่นสิ มึงต้องพลิกกลับไปอีก

อั้ม : แต่ก็มีบางอันต้องดูที่ด้านบนนะ

โป้ง : อืม แต่ปัญหาคือทำไมมันไม่เขียนตั้งแต่ด้านข้างไง

แอ๊ด : เป็นบริการหลังการขายไงเพื่อความสนุก

แอ๊ด : ต่อไปอาจมีแบบ ไปอ่านต่อตรงนู้นตรงนี้เพื่อหาวันหมดอายุก็ได้

อั้ม : กูว่ามันลำบากมากกว่านะ

โป้ง: กูรู้แล้ว!

ทุกคน: อย่างไร?

โป้ง:เพราะว่าถ้าเขียนบนฉลากมันจะหลุดลอกง่ายไง

อ้ำ : อืม เป็นไปได้

ซู : แต่กูว่างี้นะ

ทุกคน : ยังไง?

ซู :คือ ถ้าจะเขียนบนฉลากเนี่ย มันจะเปลืองเพลทพิมพ์ไง มึงต้องเปลี่ยนเพลทพิมพืฉลากทุกล็อต

ซู: เขาเลยใช้วิธีปั๊มไว้ด้านอื่นแทน

แอ๊ด : อย่างนี้นี่เอง

อั้ม แล้วมันไม่ต้องเปลี่ยนที่ปั๊มอยู่ดีเหรอวะ

โป้ง : อืมนั่นสิ

ซู : ไม่รู้หวะ บางทีมันอาจจะเหมือนตรายาง ตรวจงานของอาจารย์ก็ได้

ซู : ที่มันเปลี่ยนวันที่ได้น่ะ

โป้ง: อืม

อั้ม: อืม

แอ๊ด : อืมมม

 

 

 

นี่เป็นบทสนทนาคร่าวๆที่เราเพ้อเจ้อคุยกันตอนโต้รุ่งทำงานครับ

สรุปกันได้ว่า

1.เพราะถ้าเขียนไว้บนฉลากมันจะลอกง่าย

2.เพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเพลทพิมพ์ฉลากบ่อยๆ

 

หรือใครรู้จริงช่วยมาบอกพวกเราที~อยากรู้จริงๆนะเนี่ย:D

 

 

 

 

 

 

2008/Feb/07

ตามหัวข้อครับ คราวนี้จะพูดกันถึง"เรื่องตลกในหนัง" ไม่ใช่ "หนังตลก"นะครับ แต่เป็น "เรื่องตลกในหนัง" จริงๆ

ช่วงนี้ผมเครียดๆเลยได้มีโอกาสดูหนังแก้เครียดกับเพื่อนๆบ่อยๆ ซึ่งหนังที่เราไปเช่ามาดูนั้น ก็พวกหนัง มอนสเตอร์ สยองขวัญ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า"หนังเกรดB"นั่นเอง

 

ผมไม่ได้จะบอกว่าหนังพวกนี้ไม่ดีนะครับ เรื่องที่ทำได้ดีก็มีมาก แต่เรื่องที่มันแย่จริงๆ เชื่อผมเถอะครับ มันคือหนังตลกจริงๆ

 

เอาล่ะผมจะเล่าคร่าวๆให้ฟัง

 

เอาเรื่องนี้ก่อนเลย DragonWar เรื่องนี้ค่อนข้างใหม่ ซึ่งเป็นที่กล่าวกันกระฉ่อนว่าเนื้อเรื่องห่วยมาก= = แม้เอฟเฟคจะพอดูได้ก็เถอะ แต่ผมดูแล้วโคตรตลก(ปล.ผมดูพากษ์ไทยนะครับเรื่องนี้)

มีอยู่ฉากนึง ไอ้ตัวมังกรงูยังเนี่ย มันไปพันเอาตึกเอ็มไพลสเตทมั้ง(ตึกสูงๆ) ทีนี้เหล่าตำรวจก็ขับรถตามมันมา แล้ววอบอกกันว่า "เจอเป้าหมายแล้ว จับตาไว้อย่าให้คลาดสายตา"

...มึงจะบ้าเหรอ!!!ตัวมันใหญ่กว่าบ้านบิดามึงสามหลังรวมกันอีก มันคงหายไปไหนหรอกกกกกก แต่ก็นะ ก่อนหน้านั้นไอ้งูยักษ์นี่มันเลื้อยดุ่ยๆไปกินช้างในสวนสัตว์ นอกจากพนักงานคนเดียวแล้วไม่มีใครเห็นมันซักคน-*-

ฉากต่อมา พระเอกขับรถพานางเอกหนี แล้วก็มีมังกรบินมายิงไฟใส่จนรถคว่ำจนทั้งคู่สลบไป

พระเอกตื่นขึ้นมาพอว่าตัวเองโดนมัดไว้กับเสา แล้วพวกลูกกระจ๊อกก็พานางเอกเข้ามา ทั้งคู่ก็เรียกหากัน ซาร่า~(ชื่อนางเอก) แล้วทีนี้ไอ้หัวหน้าตัวร้ายมันก็เลยสั่ง"เฮ้ยทำให้มันเงียบทีเด๊ะ" ลูกน้องก็เดินมาตุ๊ยพุงพระเอก พลั่กก!! พระเอกเงียบ...(เอ่อ...แล้วมึงจะพามันมาทำหอกอะไรวะ-*-)ยังไม่พอพอพระเอกจะเห็นนางเอกถูกบูชายันต์ ปรากฎว่าสร้ายคอพระเอกเปล่งแสงฆ่าพวกตัวร้ายตายห่าหมด

.....กรูบอกแล้ววววจะพาไอ้นี่มาทำมายยยยยยT T นางเอกรอดซะงั้น...ส่วนผู้ร้ายตายโง่....

 

 

 

อีกเรื่องหนึ่งชื่อSuper Croc เป็นหนังจรเข้ยักษ์

เรื่องของเรื่องคือ ทางการสหรัฐให้ทหารกลุ่มนึงออกไปตระเวนพื้นที่ตามห่อะไรซักอย่างมั้ง แล้วดันไปเจอไอ้เข้ตัวเท่าตึก3ชั้นนี่ ปรากฎว่าตายเรียบยกเว้นนางเอก... แล้วพอส่งภาพมา ท่านนายพลก็อุทานออกมาว่า "นี่มันตัวอะไรกัน"  

....จรเข้ไง ไอ้ฟายยยยยเห็นกันโคตรชัดเลย-*-

ยังไม่พอ โอเปอเรเตอร์สาวก็เสริมขึ้นมาว่า "น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตนะคะ"

555555 สรุปว่าไอ้พวกนี้จบอนุบาลก็มาทำงานได้สินะ.....-*-

ต่อมา ท่านนายพลก็สั่งให้กองหนุนเดินทางมาช่วยนางเอก แล้วดันเจอบักจรเข้นี่ เกิดการยิงกันสนั่น(ด้วยM16)

ผลปรากฏว่าตายเรียบเช่นเคย....

ขณะที่นายพลกำลังงง ด็อคเตอร์ก็เดินเข้ามาพูด "คุณไม่รู้หรอกว่ากำลังเจออยู่กับอะไร ไอ้นี่น่ะมันคือจรเข้ดึกดำบรร มันกินทีเร็กเป็นอาหารเชียวนะ กระสุนยุคปัจจุบันไม่มีทางยิงมันเข้าหรอก!"

....สรุปว่าเราย้อนกลับไปนุ่งหนังจรเข้ถือหอกสู้กันดีกว่าใช่มั้ย.....ให้ตายเหอะ กรูไม่เชื่อเว้ยยยยย

ท้ายที่สุดแล้วจรเข้ตัวนี้ก็จบชีวิตลงด้วยระเบิดธรรมดา... (อ้าวด็อคเตอร์ เกรียนแตกเลยดิคร๊าบบบ)

ปล.เรื่องนี้CGห่วยขนาด จรเข้เอาหัวบังคนก็ตายได้(ถือว่ามันกินไปแล้ว....)

 

 

 

 

มาที่หนังจรเข้อีกเรื่อง คราวนี้เป็นของไทยเรานี่เอง

เรื่องนี้จำชื่อเรื่องไม่ค่อยได้ เรื่องนี้บังเอิญเขาเปิดอยู่ในร้านเช่าพอดี

ตอนจบของเรื่อง พระเอกกับเพื่อนพระเอกลงไปสู้กับจรเข้ในน้ำมั้ง สุดท้ายก็ยัดระเบิดเข้าปากจรเข้ได้สำเร็จ(ทำไมเจอจรเข้ทีไรต้องใช้ระเบิดฆ่าวะ-*-อย่างนี้ถ้าฟาร์มจรเข้น้ำท่วม ระเบิดไม่หมดคลังประเทศเลยรึไง) 

เจ้าจรเข้ตัวเขื่องก็ระเบิดตูมมมมมมมมมมม เละเป็นเศษเนื้อกระจายเต็มท้องน้ำ ขอย้ำว่าเศษเนื้อจริงๆครับไส้ ตับ ม้าม ปากล่าง กระจายลอยเต็มไปหมด (หนังเรื่องนี้ทำท่าจะจบดีแบบไม่ขำถ้าไม่ใส่ฉากต่อไปนี้ลงไป)

หัวหน้าทหารสั่งการทันที"ลงไปดูมันดิ๊ว่ามันตายรึยัง"

เหล่าทหารก็ถือปืน ปลย.11เดินย่องลงน้ำไปด้วยท่าทีระวังตัว กลัวสุดขีด....

มันตายแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย เชื่อกรูเถอะ  เมิงไม่เห็นเศษซากมันลอยเต็มน้ำรึไงวะ เนี่ยจะทิ่มตาเมิงบอดอยู่แล้ว-*-

 

ยังมีอีกหลายเรื่องครับ ที่มีฉากแปลกๆเปิ่นๆแบบนี้ แต่ผมยังนึกไม่ออก ^ ^' ถ้าเครียดก็ขอแนะนำให้เช่าหนังพวกนี้มาดูครับ คุณอาจขำได้โดยไม่รู้ตัว เอ๊ะ หรือจะร้องไห้เพราะเสียดายตังหว่า: P

 

 



kaori hero
View full profile